Get Adobe Flash player

QRCode โรงเรียน


สารสนเทศ Online

Home

บทคัดย่อ รายงานการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้

ชื่อเรื่อง           รายงานการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้  โดยใช้ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ เรื่อง อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  5

ผู้ศึกษา           นางณัฐกฤตา วรพิมรัฐ

ปีที่ศึกษา         พ.ศ. 2560

หน่วยงาน          โรงเรียนทุ่งเทิงยิ่งวัฒนา  อำเภอเดชอุดม  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 29

บทคัดย่อ

รายงานการศึกษา การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ประกอบ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้  5 ขั้น  (5-E Learning Cycle)   เรื่อง  อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี  สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อ 1) เพื่อพัฒนาชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 5ขั้น (5-E Learning Cycle) เรื่อง อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี สำหรับนักเรียน   ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80 /80 2) เพื่อหาค่าดัชนีประสิทธิผลของชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5-E Learning Cycle) เรื่อง อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ก่อนและหลังการใช้ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 5ขั้น   (5-E LearningCycle) เรื่อง อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5ที่มีต่อการใช้ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นเรื่อง อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1 โรงเรียนทุ่งเทิงยิ่งวัฒนา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 29 ภาคเรียนที่  2 ปีการศึกษา2560 จำนวน 1 ห้องเรียนซึ่งได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling ) จำนวน 38 คน

เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า ได้แก่ ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ โดยใช้ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้  5 ขั้น เรื่องอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 6 ชุด แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบจำนวน 30 ข้อ และแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่าจำนวน15ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การหาประสิทธิภาพ(E1/E2 ) การหาค่าดัชนีประสิทธิผล  (E.I.) การเปรียบเทียบคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้ t-test  แบบ Cluster  Random  Sampling   ค่าความยากง่ายความสอดคล้อง  ค่าเฉลี่ย  ร้อยละและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการศึกษาพบว่า

1. แผนการจัดเรียนรู้แบบชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น เรื่อง อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5ที่ผู้รายงานได้พัฒนาขึ้น มีประสิทธิภาพเท่ากับ  82.72/83.86 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนดไว้

2. ดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดเรียนรู้แบบชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น เรื่อง อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีค่าเท่ากับ 0.6843 แสดงว่านักเรียนมีความรู้เพิ่มขึ้นร้อยละ 68.43

3. นักเรียนที่เรียนด้วยแผนการจัดเรียนรู้แบบชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น เรื่อง อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีคะแนนเฉลี่ยจากการทดสอบหลังเรียนเพิ่มขึ้นจากก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

4.นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์เรื่อง อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5โดยรวมทุกด้านอยู่ในระดับมากที่สุดโดยมีค่าเฉลี่ย() รวมทุกด้าน  เท่ากับ 4.72